วิธีรักษาสิวที่ประหยัดและไม่กลับมาเป็นสิวอีกเลย

ds1

เพื่อนที่เขารู้จักกันในวงของนักเล่นพนันนั้นเป็นเพียงแค่เพื่อนชั่วคราว เป็นเรื่องฉาบฉวย เพราะคนที่เล่นพนันมักจะคบกันตามมารยาท ถามว่าไปเที่ยวกลางคืนกันไหม บอกเลยว่าเที่ยวแทบจะทุกวัน ออกบ้านทุกคืนการไปเที่ยวก็แค่เป็นการเข้าสังคม ไปก็ไม่ได้กินเหล้าจนเมา เหล้าที่เพื่อนรินมาให้แก้วเดียวก็ปล่อยให้น้ำแข็งมันละลายจนหมด เจอหน้ากันก็ทักทายตามมารยาท ไม่ได้สนิทใจอะไรกันมากนัก ส่วนใหญ่คนที่มีความรู้และเข้าไปเล่นการเมืองจะมีวุฒิภาวะที่สูงมาก จนสามารถแยกแยะและวิเคราะห์ว่าคนไหนมีข้อดีข้อเสียได้อย่างละเอียด อีกอย่างคนที่มีความรู้มากที่ชอบไปสิงอยู่ตามบ่อนหรือตามโต๊ะการเมือง ก็ค่อยจิบไม่ได้ยกกระดกแต่อย่างใด เวลาว่างก็อยู่แต่บ้าน อ่านหนังสือ ท่องสูตรบ้าง ไม่ได้เข้มมากมาย เอาเท่าที่สมองเรารับได้ ตอนนั้นเราเอากระดาษที่มีแต่สูตรคำนวณทางคณิตศาสตร์ไว้เต็มผนังบ้าน จะเป็นคนที่มีอัธยาศัยดี เข้ากับคนง่าย ไม่ค่อยทะเลาะกับใคร จึงทำให้กลายเป็นที่รักของกลุ่มเพื่อนหรือคนที่มีโอกาสได้เข้ามาสัมผัสการใช้ชีวิตของคนที่มีความรู้เขาทำกัน เพราะเราเองก็ไม่เคยเห็นคนฉลาดไปทะเลาะกับใครสักที แม้กระทั่งในห้องน้ำก็ยังเต็มไปด้วยสูตร เวลาเพื่อนมาบ้านทุกคนจะไม่อยากเดินเข้าไปในบ้านเราเลย เพราะตั้งแต่ทางเดินที่เปิดประตูบ้านเข้าไปเต็มไปด้วยกองหนังสือที่วางกระจายเต็มบ้าน รกมาก ไปจนถึงหน้าโทรทัศน์ เห็นแต่เพียงว่าคนฉลาดไปไหนก็มีแต่คนอ่าแขนรับ ไม่ต้องมองหาที่ไหนไกลเลย เช่น เรื่องของเด็กมัธยมหรือเด็กนักเรียนทั่วไปที่จะชอบเล่นกับคนเก่ง ตามใจคนเก่ง จนบ้างครั้งเด็กที่เป็นแต่ผู้ตามจะไม่กล้าแสดงออก

ds3

เราไม่เคยเก็บหนังสือเลยเพราะกลัวหาไม่เจอใครจะเก็บหรือทำความสะอาดให้ก็ไม่เอา อารมณ์แบบเปิดประตูเข้าไปต้องใช้เท้าเขี่ยๆ หาทางเดินเข้าไป ฟังดูเหมือนเป็นคนสกปรกนะแต่ไม่ใช่แค่เรื่องไม่จัดของช่วงสอบเข้ามหาลัยเท่านั้นเอง ก็เป็นแบบนั้นอยู่ประมาณสามเดือนได้ คงเห็นกันชัดเจนแล้วสินะ เพราะเรื่องแบบนี้สมัยมัธยมต้องผ่านมากับแทบทุกคนแน่ๆ อย่างว่านั้นแหละ สังคมต้องการคนที่ฉลาดเท่านั้นถึงจะอยู่ร่วมกับคนอื่นได้ มีการเมืองอยู่ชนิดหนึ่งที่เราอยากรู้ว่าเขาเล่นกันยังไง เวลาจะกินจะนอนก็อยู่หน้าโทรทัศน์นั้นแหละ ไม่ขึ้นไปนอนบนบ้านเลย เวลาพ่อแม่มาก็บอกว่าบ้านไม่ได้เก็บเดี่ยวออกไปหาท่านที่บ้านอีกหลังเอง